การเลือกซื้อลิปสติกที่เหมาะสมและปลอดภัย การเลือกลิปสติก ควรเลือกลิปที่มีเนื้อเนียบนุ่ม ทาแล้วเนื้อลิปไม่แตกร่วนหรือแข็งเป็นก้อน สามารถเข้ากับริมฝีปากได้ทันทีเมื่อทา ให้ความชุ่มชื่นแบบพอเหมาะ คงสภาพดีทั้งเมื่อเก็บไว้และขณะใช้ และสามารถล้างออกได้ง่าย ทางที่ดีควรเลือกซื้อลิปสติกจากแบรนด์ที่ใช้ส่วนผสมในการผลิตจากธรรมชาติ เลี่ยงสารเคมีที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคือง ดังนี้

1. อ่านฉลากตรวจสอบสารอันตรายที่ควรเลี่ยง

– แอนติโมนี (Antimony) มีผลกระทบต่อระบบหัวใจหลอดเลือด ตับ และปอด
– สารหนู(Arsenic) เสี่ยงเป็นมะเร็ง กระเพราะปัสสาวะ ตับ และปอดได้ และยังเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลเสียต่อหัวใจ โรคเกี่ยวกับหลอดเลือด เบาหวาน ระบบการทำงานของกระเพาะและลำไส้
– แคดเมียมและโครเมียม (Cadmium & Chromium)ที่นำไปสู่ปัญหาเกี่ยวกับโรคผิวหนัง เช่น ผิวหนังอักเสบ , เกิดแผลพุพองที่ผิวหนัง และอาจทำลายไตในระยะยาว ผลการศึกษายังชี้ด้วยว่า กว่าสารเหล่านี้จะออกไปจากร่างกาย ต้องใช้เวลานานถึง 40 ปี และเป็นสารก่อมะเร็งเช่นกัน ที่จะส่งผลต่อกระดูกและการทำงานของไต
– แมงกานีส (Manganese) ส่งผลกระทบต่อระบบประสาท
– ตะกั่ว (Lead) เป็นอันตรายต่อผู้หญิงตั้งครรภ์ หากเผลอกินลิปสติกเข้าไปแล้วอาจไปกระทบถึงการเจริญเติบโตของลูกน้อย เพราะเป็นสารที่ทำให้เสี่ยงเกิดมะเร็ง ทำลายระบบประสาท ลดการทำงานของไต บางรายอาจมีอาการซึมเศร้าร่วมด้วย
– เมธอะคริเลท (Methacrylate) ในลิปสติก มีผลให้เกิดการระคายเคืองของผิวหนังเช่นกัน และยังสามารถพัฒนาไปเป็นโรคภูมิแพ้ตัวเอง หรือ เอสแอลอี ซึ่งจะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย มีการตอบสนองต่อสิ่งแปลกปลอมไวเกินกว่าปกติ เป็นผลให้เกิดการอักเสบขึ้นตามผิวหนังและอาจลามไปถึงอวัยวะภายใน รวมทั้งไตด้วย
– สารปรอท (Mercury) ที่ก่อให้เกิดผิวระคายเคืองสูง และยังเป็นผลเสียกับร่างกายด้วย ส่งผลต่อระบบประสาท และลดการทำงานของไต เป็นสาเหตุของร่างกายอ่อนล้า และสูญเสียความทรงจำได้
– Retinyl Palmitate สารสกัดที่มาจากวิตามินเอ และเรตินอล เมื่อสัมผัสกับแสงแดด อาจทำร้าย DNA ในร่างกาย และอาจเป็นมะเร็งผิวหนังได้
– กรดริซิโนเลอิก (Ricinoleic Acid) เป็นส่วนประกอบหลักของน้ำมันละหุ่งซึ่งใช้ในการทำลิปติกหรือผลิตภัณฑ์ทาปาก จัดเป็นส่วนผสมที่พบว่าทำให้เกิดอาการแพ้ลิปสติกและริมฝีปากอักเสบได้บ่อย
– นิกเกิล (Nickle) เป็นธาตุกึ่งโลหะที่มีความมันวาวสีขาวเงิน อยู่กลุ่มเดียวกับเหล็ก ผสมในเครื่องสำอางที่ทำให้เกิดผื่นแพ้สัมผัสได้มากที่สุด
– ยางสนมีคุณสมบัติเหนียว มีคุณสมบัติเหนียว จึงถูกนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางหลายชนิด ยางสนในลิปสติกที่พบได้มากคือสาร Glyceryl-1-Mono Abietate ถือเป็นสารก่อภูมิแพ้
– Triclosan (ไตรโคซาน)มีผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อที่ได้รับคำสั่งจากสมอง รวมถึงกล้ามเนื้อหัวใจ และยังลดความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออีกด้วย

เบื้องต้นให้เลือกใช้ลิปสติกมาจากแบรนด์ที่ได้มาตรฐานหรือมีเครื่องหมายอย การันตีว่าปลอดสารอันตราย สีของลิปสติกก็มีผลเช่นกัน ลิปสติกที่มีเม็ดสีเข้มๆจะมีแนวโน้มที่จะมีสารที่เป็นพิษเจือปนอยู่มากชนิดกว่าและในปริมาณที่เข้มข้นกว่าลิปสติกที่สีอ่อนจาง ความเข้มข้นสูงเกิดจากการเพิ่มเม็ดสีที่ปนเปื้อนเข้าไปมากนั่นเองซึ่งความแตกต่างของระดับความเข้มข้นในการปนเปื้อนโลหะที่มีตั้งแต่มากไปหาน้อยขึ้นอยู่กับแบรนด์และสี ยิ่งลิปที่เคลมว่าสีลิปติดทนนั่นแหละยิ่งอันตราย

2. ใช้ส่วนผสมที่มาจากธรรมชาติ เพื่อให้เกิดความปลอดภัย ควรมองหาส่วนผสมที่มาจากธรรมชาติไว้ก่อน เช่น สวีทอัลมอนด์ออย, เชียร์บัตเตอร์ , น้ำมันอะโวคาโด หรือน้ำมันมะพร้าว เป็นต้น

3. เลี่ยงน้ำหอม น้ำหอมอาจทำให้เกิดการระคายเคือง และอาจมีส่วนผสมของ phthalate ที่ส่งผลกระทบต่อฮอร์โมนในร่างกาย และอาจจะเป็นสารที่ก่อให้เกิดมะเร็งได้ด้วยผู้ที่แพ้สารเคมีในน้ำหอมประเภทหนึ่งอาจมีโอกาสแพ้สารเคมีในน้ำหอมอื่นๆ ที่มีโครงสร้างคล้ายกันได้

4. ไม่ควรใช้ลิปสติกที่มีสารกันเสีย สารกันเสียในลิปสติกที่ควรเลี่ยงเลยก็คือ parabens, terpenes, phenoxyethanol, benzyl benzoate, และ BHT

5. ไม่หมดอายุ ตามปกติแล้ว ลิปสติกแบรนด์ต่างๆ จะบอกวันหมดอายุไว้ที่ผลิตภัณฑ์ค่ะ สิ่งเป็นอายุการใช้งานหลังจากใช้งานแล้ว ถ้าเป็นลิปสติกทั่วไป ก็จะใช้ได้นานถึง 1-2 ปี

สำหรับคุณสาวๆท่านไหนเคยเกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองที่เป็นผลมาจากลิปสติก เวลานี้คุ้มค่ามากที่จะเลือกใช้ ฟีล ลิปมาส์กนมอูฐ อย่าลังเลใช้ได้เลย ลิปมาส์กแบรนด์ไทยที่คัดสรรส่วนผสมประดุจลิปเซรั่มเพื่อให้ได้เนื้อลิปบาล์มใสที่ปลอดภัยและให้ความชุ่มชื้นกับริมฝีปาก ช่วยดีท็อกซ์ละสารพิษโลหะหนัก สมานแผล ลดการอักเสบ หลังจากหายจากอาการแพ้แล้ว สามารถใช้ลิปมาส์กนมอูฐเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นแข็งแรงลดความหมองคล้ำฟื้นฟูผิวริมฝีปากคุณได้ทุกวัน